วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ข้าวต้มกุ้ง (shrimp gruel)ตัวใหญ่ ในภูเก็ต ไม่ลองไม่รู้


โห น่าอร่อยจัง ใช่แล้วค่ะ น้ำซุบที่นี่อร่อยมาก ครั้งแรกที่มานั่งก่อนสั่ง บอกแฟนว่า อิ่มแล้วน่ะ สั่งที่เดียวก็พอ แต่ด้วยความหิว จึงต้องสั่ง 2 ที่ แต่สุดท้าย ก็หมดทั้งสองที่ เพราะน้ำซุบที่นี่อร่อยมาก มากจิงๆ
ตอนอยู่ กทม ไม่เคยได้กินข้าวต้มกุ้ง ที่มีน้ำซุบหวานขาดนี้เลยอ่ะ กุ้งนี่ตัวโต สดอีกต่างหาก เนื้อหวานๆ
ถ้าใครอยากชิม ลองมาชิมกันน่ะค่ะ ที่ภูเก็ต รับรอง อยากจะฝังตัวอยู่ภูเก็ตตลอดไป เพราะของกิน อร่อยมาก ยังมีอาหารอรอ่ยอีกเยอะ เรื่องหน้า รับรองมีของดีมากฝากอีกแน่นอน
เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้ อยากรู้ต้องลองไปเที่ยวกันน่ะค่ะ
-------------------------------------------------------------
Oh my! This soup is so delicious. I knew it even this is the first time I order for it
May I eat with you dear? . I asked my boyfriend
"No, I am so hungry. You should order it by yourself instead.", said my boyfriend
Eventually we finished the shrimps and gruel in a glimpse of an eye because it is too tasty!
The shrimps is big and fresh, and the soup smells so good.I really want to stay in Phuket forever. I will share my stories with you next time. Bye now~!


วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ช่วยเศรษฐกิจเราให้ดีขึ้นดีกว่าน่ะ






เริ่มนับถอยหลัง เพื่อเข้าสู่ปีใหม่กันได้แล้ว เมื่อวาน ดิฉันได้แวะไปซื้อกระดาษห่อของขวัญที่ร้าน โชคชัยบางซื่อ เป็นร้านเก่าๆ แต่มีของเกี่ยวกับเครื่องเขียนเยอะมาก และราคาถูกด้วยอันที่จริงดิฉันพึ่งเดินออกมาจากโลตัส แต่ ทำไมมาซื้อของร้านเล็ก ก็เพราะว่าถ้าเราไม่อุดหนุ๋นร้านเล็กแบบนี้ ซักวันจะไม่มีร้านเล็กๆ แบบนี้ให้เราเห็นแน่นอน และบ้านเมืองเราก็จะเต็มไปด้วยห้างร้านที่มาจาก แฟรนไชส์ (franchise)ต่างประเทศ คงเดาออกน่ะค่ะว่าเจ้าของประเทศจะเป็นพนักงาน หรือ เจ้าของกิจการ



เพราะฉะนั้น อย่าเอาแต่ความสะดวกสะบาย บางครั้งเราต้องเรียนรู้เพื่อช่วยเศรษฐกิจประเทศโดยรวมด้วยน่ะค่ะ เอาเป็นว่า สวัสดีปีใหม่ ขอให้ทุกคนในประเทศไทยเราพ้นวิกฤติการนี้ไปได้ และรักกันมากน่ะค่ะ อย่าส่งความรักให้ คุณพ่อ คุณแม่ ปู่ย่า ตายาย ที่รอเราทุกปีใหม่ (Happy New year)

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ทศพิธราชธรรม ที่เราควรเอาอย่าง ให้ได้1 ใน 100 ของพระองค์ คือของขวัญที่ดีสำหรับพ่อ





กษัตริยาธิราชแห่งทศพิธราชธรรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระมาหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นมิ่งขวัญของพศกนิกรมา ทรงดำรงไว้ซึ่งทศพิธราชธรรมทั้ง 10 ประการอันได้แก่

1. ทาน การสละทรัพย์บำเพ็ญสาธารณประโยชน์

2. ศีล การสำรวมกายวาจาสุจริตเป็นตัวอย่างแก่ราษฎร

3. บริจาค การสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของประชาราษฎร์

4.อาชชวะ ความซื่อตรงปฎิบัติภารกิจโดยสุจิต

5.มัททวะ ความอ่อนโยน

6.ตบะ ความข่มใจไม่หลงใหลในความสุขสำราญ

7.อักโกธะ ไม่ขุ่นเคือง โกรธเกรี้ยว

8. อวิหิงสา ไม่เบียดเบียนประชาชน

9. ขันติ ความอดทนต่องานหนัก

10.อวิโรธนะ ความหนักแน่นในธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณี
หากเรา ยึดตามหลักเหมือนพระองค์ท่าน ทุกคนในเมืองไทยจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ใครๆ ก็อยากเข้ามาอยู่ เพราะเมืองไทยเหมือนดังเมืองในสวรรค์มีแต่คนดี คนรักกัน ไม่มีคนรวยเกินไป คนจนเกินไป ถ้าทุกคนพร้อมใจกัน แผ่นดินนี้จะเปรียบดังทองทา ทองในที่นี่คือจิตใจของพวกเราทั้งสิ้น (รักพ่อมากที่สุด)
วันที่ 5 ธันวา 2551 ได้กอดพ่อแล้ว รู้สึกไม่อยากจากท่านมาเลย อยากอยู่กับท่านทุกวัน เพราะไม่รู้เมื่อไหร่
จะมีเวลาเหลือให้เราได้กอดท่านอีก (น้ำตารินเมื่อยามคิดถึงคนที่ห่วงหา )

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551

หุงข้าวเตาถ่านสมัยก่อน

วีธีหุงข้าว เตาถ่านสมัยก่อน (สูงสุดคืนสู่สามัญ)
หวัดดีครับทุกคนคงเคยผ่านพ้นช่วงวัยเด็กมันมากทุกคน และคงเคยเข้าร่วมอบรม ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาติทุกอย่างที่กล่าวมา ล้วนสอนให้ เด็กทุกคนดำรงชีพอยู่ด้วยได้โดยไม่ลำบาก เช่น
วิธีหุงข้าว เตาถ่าน หลายคนรู้จักแต่หม้อหุงข้าวไฟฟ้า และบางคน หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ยังไม่เคยหุงเองเลย ให้แต่แม่ หุงให้วันไฟดับ เราอาจได้ใช้ วิธีเพื่อการอยู่รอด (ไฟดับก็ซื้อข้าวกินซิ) ถ้าน้ำท่วมหล่ะ ตัดขาดจากโลกภายนอก ถูกต้อง ไม่มีใครรู้อนาคต ยิ่งโลกทุกวันนี้เดาไม่ได้เลย ว่า จะเป็นยังงัยต่อ ขั้นตอนการหุงข้าว

1 . ซาวข้าวกับน้ำ (หมายถึงตักข้าวมาใส่หม้อ 2-3 กระป๋อง แล้วแต่ต้องการ ล้างน้ำ รินน้ำออก) ทำซัก 1 ครั้งก็เพียงพอ

2 . ใส่น้ำในหม้อหุงข้าว วิธีวัด วัดแบบโบราณ ใช้มือที่สะอาด วางบน ข้าวสารที่แช่น้ำ ว่าถ่วมมือหรือเปล่า ข้าว2-3 กระป๋อง พอ ปริ่ม ก็พอ หรือ บ้างก็ ใช้นิ้วเป็นตัววัด เพราะหม้อเตาถ่านไม่มี สเกล ขีดให้ดู โดยดูตามข้อนิ้วเรา ส่วนมากใช้น้ำชี้ ซัก ข้อครึ่ง ก็ใช้ได้แล้ว

3 . ติดไฟ รอให้ไฟได้ที่ แล้ว เอาหม้อตั้งบนเตา

4. รอจนน้ำเดือด จนล้นออกทางฝาหม้อ ให้เปิดฝาหม้อ เมื่อก่อน จะมีพวก มอด หรือ มด อยู่ในข้าวสาร คนสมัยก่อนจะใช้วิธี ตักออกแล้วไป

5 . เบาไฟ ให้อ่อนลง แล้วคอย ดูว่าน้ำแห้งหรือเปล่า ถ้าน้ำแห้ง แล้วข้าวยังไม่สุกก็ให้เติมน้ำไป (รู้อย่างไรว่าข้าวสุก ไม่ยากครับ ตักมา บี้ หรือชิมได้เลย )
6 . เมื่อข้าวสุกให้รินน้ำข้าวออก อะ อ๊ะ น้ำข้าวอย่าทิ้งน่ะครับ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินที่ออกมาจาก เมล็ดข้าวมากมายนัก
7 . นำข้าวที่ได้ ปิดฝาหม้อ แล้วน้ำไม้มาขัด เคยเห็นหม้อที่มีหู 2 ด้านรึป่ะครับ หาไม้ไผ่ ยาวเท่ากับความกว้างของหม้อ ยาวซักหน่อยเผื่อมือจับ ขยับ วางบนไฟ ขยับให้ ทั่ว เพื่อให้น้ำแห้ง แล้ว ข้าวแห้งน่ากิน แต่ระวังไหม้นะครับ อันนี้ ต้องระวังอย่างมาก


โห กว่าจะได้ข้าวมากิน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่มั้ยครับ แต่ไม่ยากครับ วิธีนี้ทำให้เรามีชีวิตอยู่รอด ยามลำบากหากตกอยู่กลางป่า ก้อให้ ใช้ กองหิน แทนเท่า ไม้ฟืนแทน ถ่าน และ กระบอกไม้ไผ่ หากยุ่งยาก เวลาเข้าป่า อย่าลืม กระป๋องเล้กที่ทหารเขาใช้กันน่ะครับ
หวังว่าวันนี้ คงได้อะไรไม่มากก็น้อยน่ะครับ เอื้ออำนวยรูป จากเว้ป

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

รัก หรือ เกลียด ผลออกมา เท่ากับอะไร ?

หวัดดีครับ
อย่าพึ่งงงกับรูปด้านบนน่ะครับ มันคือตรรกศาสตร์ นิดหน่อย ถ้าอ่านเรื่องด้านล่างแล้วคุณจะเข้าใจความหมายด้านบน แต่ถ้าหากไม่เข้าใจ ลอง ไปหาหนังสือพวก ลอจิกดูน่ะครับ
เริ่มเลยน่ะครับ เคยมั้ยที่จะต้องเรียนรู้อะไรที่เราไม่ชอบ เพื่อนำใช้ในชีวิตประจำวัน

หรือจำเป็นต้องทำอะไรเพื่อความอยู่รอด (หมายถึงสิ่งที่ถูกต้องน่ะครับ)
ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบภาษาอังกฤษเอาเสียมากๆ ไม่รู้ซิ รู้สึกไม่มั่นใจทุกทีที่พูด
ทำให้เกิดอาการประหม่าและไม่อยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษอีกเลย
แต่พอต้องทำงานที่ต้องใช้มันมาร่วมทางด้วย (เหมือนหาคู่ชีวิตเลยแหะ แหะ )

ก็ต้องเปลี่ยนเป็นรักมัน ผมจะทำอย่างไรดีหล่ะ ตอนนี้ถึงผมจะไม่เก่ง แต่ผมก็มีวิธีเรียนรู้มัน
คือ ผมหาสิ่งที่ผมชอบ ผมอยากไปเที่ยวไต้หวันมาก อยากเรียนรู้วัฒนธรรมของคนที่นั้น
ผมพยายามหาหนังสือ หรือ ดูหนัง ต่างๆ เพื่อดูวัฒนธรรมและภาษา
ซึ่งภาษาที่ใช้ คือภาษาอังกฤษ กับจันกลาง และจีนอื่นๆ อีกเล็กน้อย (และมันเกี่ยวอะไรกับภาษาอังกฤษหล่ะเนี่ย อย่างพึ่งงงนะครับ อ่านต่อครับ)
และเป็นความโชคดีของผม ที่ได้เพื่อนทำงานใหม่เป็นคนมาเลเซีย เชื้อสายจีน
สามารถพูดได้ ทั้งภาษาอังกฤษ และจีนไปด้วย

ยาม ผมว่าง ผมจะถามเพื่อนผมว่า คำนี้ ภาษาจีน ต้องพูดว่างัย
แต่เวลาถาม ผมจำเป็นต้องถามเป็นภาษาอังกฤษ

(ทำไมต้องทำอะไรให้ยุ่งยากด้วยน่ะเนี่ยไม่เข้าใจ อย่าพึ่งต่อว่าผมครับ ทุกคนย่อมมีทางไปหาจุดหมายไม่เหมือนกัน งั้นอ่านต่อครับ)

ซึ่งผมบอกได้เลยว่า ภาษาอังกฤษผม แทบไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย (แย่มากก็ว่าได้น่ะเนี่ย)
ตอนนี้ผมสื่อสารกับเพื่อนโดยภาษาอังกฤษด้วย จีนด้วย ไม่เก่ง แต่ก็ดีกว่าเมื่อก่อนมาก
เมื่อก่อน แม้นแต่คิดยังไม่กล้าคิดจะพูด ด้วยซ้ำ แต่ด้วยสำเนียงจีน

ทำให้ฟังภาษาอังกฤษจากเขาง่ายขึ้นน่ะ เพราะฟังง่ายกว่าสำเนียงอื่น สำหรับผมน่ะครับ
และทำให้อยากคุยภาษาอังกฤษและเรียนมันมากขึ้น
ผมพยายามเปิดใจในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

อ่ะ มีติง แน่ๆ บางคนอาจบอกว่าทำไมไม่เรียน ไปดูหนัง ไม่พยายามอ่านข่าว หรือฟัง มากขึ้น

คุณเข้าใจคำว่าอคติหรือเปล่าครับ ถ้ามันมี มันทำให้เราปิดใจ การปิดใจก้อปิดกั้นทุกอย่างครับ
สิ่งที่ผมเขียนวันนี้หวังว่าอาจมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย กับคนที่ปิดใจอย่างผมน่ะครับ


คราวนี้ถ้าใครเป็นเหมือนผมถ้าอยากทำอะไรซักอย่าง ที่เราไม่ชอบ ก็ลองหาทางอ้อมเพื่อจะทำมัน
หรือเรียนรู้มันเหมือนผมก็ได้น่ะครับ ถึงมันจะดุยุ่งเหยิงไปหน่อย แต่ทางกลับกันมันอาจได้อะไรมามากกว่าที่คิด ถึงแม้นจะเหนื่อยกว่า แต่มันก็มาจากใจ

" พูดๆง่าย มันคือกุญแจเปิดใจของคุณให้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบ
การทำอะไรที่ชอบแล้ว ส่วนมากจะทำได้ดี "

วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

นกนางนวล บ่งบอก ความสมบูรณ์ ณ บางปู



หวัดดีครับ วันนี้เป็นวันอาทิตย์ อากาศช่างดีเหลือเกิน(Good weather) น่าออกไปเดินเล่นมาก เพราะเมื่อคืนฝนตก อากาศหลังฝนตกจะดีอย่างไม่มีที่ติ ทำให้นึกถึงตอนไปเที่ยวน้ำตก บาเจาะ ช่างเหมือนแดนสวรรค์ อากาศที่นั่น ดีมาก ได้ยินเสียงน้ำตกตลอดคืน
วันนี้ได้รู้เรื่องนกนางนวล(seagull) ที่บางปู ทางช่อง thaipbs นกนางนวล พันธุ์(species) ธรรมดา ชื่อธรรมดานะครับ ไม่ใช่ คำเปรียบเทียบ)ได้อพยพมามากที่สุดซึ่งย้ายมาอยู่ในประเทศไทยตอนเดือน ตุลาคม ชาวบ้านแถวนี้ถ้าเห็น นกนางนวลแสดงว่า กำลังเปลี่ยนฤดู เข้าฤดูหนาว แต่ปีนี้นกมาเร็วกว่าปกติ 3 อาทิตย์
ซึ่งอาจหมายถึงอากาศเย็นเร็วกว่าเดิม เพราะนกนางนวลธรรมดาได้ย้ายถิ่นมาจาก ส่วนเหนือ ของโลก ตอนนี้ ส่วนเหนือของโลก เย็นจนเป็นน้ำแข็งทำให้นกอาหารลำบาก จนต้องบินอพยพเร็วกว่าเดิม แต่อาจจะมีเหตุผลอื่น น่ะครับ
นกนางนวลเป็นสัญลักษณ์(sign)ของความอุดมสมบูรณ์ แต่ที่มาอยู่ที่ประเทศไทยเหตุอีกอย่าง คือตรงบางปูมีการให้อาหารนกนางนวล แต่ การให้อาหารของนักท่องเที่ยว บางครั้งแกล้งนก เช่น โยนขึ้นฟ้า หรือหยิบ ขนมปังค้างไว้ที่มือ เมื่อนกมากิน ด้วยปากอันแหลมคม การโฉบลงมากินจะทำให้นักท่องเที่ยวตกใจ และเมื่อนักท่องเที่ยวตกใจ นกก็ตกใจไปด้วย เพราะฉะนั้นหากใครได้อ่านแล้ว อย่าไปแกล้งมันน่ะครับ โห ตื่นเช้าได้ความรู้เยอะทีเดียว วันนี้ได้รับความรู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับ ธรรมชาติ ซึ่งถ้าธรรมชาติดี เราก็ย่อมดีไปด้วย น่ะครับ อย่าลืมรักษาธรรมชาติ
อ๋ออีกอย่างขอบอกเรื่องถุงพลาสติก พยายามนำกลับมาใช้อีก แล้วเอาถุงผ้ามาใช้ คนเรานี่แปลก ว่ามั้ยครับ ถ้าไม่เห็นโลงศพก็ไม่หลั่งน้ำตา ยิ่งบางคน เห็นโลงศพ ยังไม่หลังน้ำตาเลย เฮ่อ เศร้า
โครก !! คราก!! หิวแล้วครับ ไปก่อนน่ะครับ ถ้าว่างจะหาความรู้มาเล่าให้ฟังกันใหม่น่ะครับ

วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ผมไม่ชอบผงชูรส



หวัดดีครับ หิวจัง อยากกินเอ้ !!(think) ผัดเปรี้ยวหวาน กุ้งทอดกระเทียมพริกไทย โทรสั่งดีกว่า แหะๆ
พี่ครับขอ กุ้งทอดกระเทียมพริกไทย

ผัดเปรี้ยวหวาน

ข้าวเปล่า 1 จาน อ๋อ ของผมไม่ใส่ผงชูรส น่ะครับ

สงสัยซิมั้ยครับว่าทำไมปัจจุบัน ร้านอาหารยังมีการใส่ผงชูรสในอาหารอยู่ เพราะว่าผงชูรสมี กรดกลูตาเมต ทำให้เวลาทานอาหารแล้วรู้สึกอร่อย

ทำให้กินได้เยอะ แต่ด้วยความรู้ว่า จาก(วิกิพีเดียว) และ โฆษณาใน ทีวี ผมจึงได้รู้ว่า กรดกลูตาเมต พบได้ในอาหารทั่วไป

ในร่างกายเราก็มี และพบในอารพวกผัก ต่างๆ เพราะฉะนั้น ถ้าเราทำซุบจากผัก เราก็จะได้ ความหวานจากผักซึ่ง มีกลูตาเมต ทำให้ อาหารนั้นอร่อยงัยครับ

เพราะฉะนั้น เราไม่จำเป็นต้องใส่ผงชูรส ผงชูรสไม่มีพิษต่อร่างกายก็จริง แต่บางคนอาจแพ้กรดกลูตาเมต ทางที่ดี ไม่ควรใส่ผงชูรสในอาหารเพราะไม่มีประโยชน์ใดๆ

แต่หากคนใดเบื่ออาหาร มากๆ อาจต้องเพื่อการเจริญอาหาร แต่ทางที่ดี ไปหาคุณหมอดีกว่า น่ะครับ

(จาก วิกิพีเดีย ยืมหน่อยน่ะครับ)

กรดกลูตามิกหรือกลูตาเมตมีอยู่ในอาหารตามธรรมชาติ ทั้งที่อยู่ในรูปของโปรตีนในอาหาร และกลูตามเมตอิสระ (กรดอมิโนตัวเดี่ยวๆ)

ซึ่งมีทั้งที่มีอยู่ตามธรรมชาติและจากเครื่องปรุงรสที่เติมลงไปในอาหาร เช่น น้ำปลา ซีอิ้ว และผงชูรส (โมโนโซเดียมกลูตาเมต)

กลูตาเมตอิสระในอาหารทำหน้าที่ให้รสชาติที่ชื่อว่า รสอูมามิ หรือ รสอร่อยกลมกล่อม โดยการจับกับ Umami Receptor

ที่อยู่บนผิวเซลล์ของต่อมรับรสบนลิ้น กลูตาเมตที่อยู่ในอาหารไม่ว่าจะมาจากแหล่งใด รวมทั้งที่อยู่ในรูปของผงชูรส ประมาณร้อยละ 95

จะถูกสันดาปที่เซลล์ในลำไส้เล็ก



(http://th.wikipedia.org/wiki/) เป็นแหล่งหาความรู้น่ะครับ

ถ้าใครเคยใช้ วิกีพีเดีย ถ้าพอมีเวลา ช่วยตอบแบบสอบถามให้เค้าหน่อย เพราะเป็นเว็ปสารานุกรมฟรี

ตาม url ด้านล่างนี้เลยนะครับ




br>

วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

สูตรขจัดพิษ(เหม็นๆๆ )ออกจากร่างกายให้หมด


หวัดดี ตอนเช้า ห้าวววว ง่วง จัง ตื่น ตี 5 กว่า แต่ก้อรู้สึกดีนะครับเวลาตื่นเช้า เพราะรุ้สึกว่ามีเวลาเยอะแยะให้เราทำอะไรหลายอย่าง อ๋อ นึกออกแระว่าวันนี้จะเขียน อะไรพอดี มีพี่ที่ ออฟฟิต บอกสูตรล้างสารพิษมา บางคนเคยอ่านมาแระ แต่บางคนอาจจะยังไม่รู้



การขจัดพิษออกจากร่างกาย


ส่วนผสม


1. โยเกิต ครึ่งป๋อง


2. น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา


3. นมสด ครึ่ง-1 กล่อง


4. น้ำมะนาว 1.5 ลูก
วิธีทำ


ผสมให้เข้ากัน แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ให้จุลินทรีย์ย่อยไขมันในนมก่อน แล้วค่อยดื่ม ตอน 7-9 โมงเช้าถ้าจะให้ได้ผลดีสุด ๆ ให้กินพร้อมขมิ้นชันด้วยจะล้างบางลำไส้ได้ดีมาก ๆ

ไข่เยี่ยวม้าจ้า ไข่เยี่ยวม้า !!!!

หวัดดี ครับ อ่ะ ใครเคยกิน ไข่เยี่ยวม้ามาบ้าง แหม ! แสน อร่อย ใครได้ชิมต้อง ขอ 2 แหะ ๆ แต่ห้ามกินมากน่ะครับ นานๆ ครั้ง ไม่เป็นไรอ่ะ แต่ถ้ากินเยอะและบ่อย อาจเกิดพิษจากสารตะกั่ว(จาก forward mail ถ้าไม่จิงท้วงติงได้คับ) เพระอาจเกิดพิษจากสารตะกั่วทำให้การดูดซึมแคลเซี่ยมน้อยลงได้ ทำให้กระดูกผุได้




ส่วนผสม
ไข่เป็ด 15 ฟอง
ปูนขาว 300 กรัม
เกลือ 200 กรัม
โซดาแอช 120 กรัม
ใบชาดำ (ชาจีน) 30 กรัม
สังกะสีออกไซด์ 1 กรัม
น้ำสะอาด 2 ลิตร



วิธีทำ
1. นำไข่มาล้างเปลือกให้สะอาด ตั้งทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ เรียงไข่ลงในภาชนะพลาสติกที่สะอาด ปลอดภัย
2. ต้มน้ำสะอาด เติมปูนขาว เกลือ โซดาแอช ใบชาดำ พอเดือด ตั้งทิ้งไว้ให้เย็นแล้วกรองเอาเศษตะกอนออกทิ้งไป เติมสังกะสีออกไซด์ คนให้ทั่ว3. เทส่วนผสม ตามข้อ 2 ลงในภาชนะที่ใส่ไข่ ใช้ไม้ไผ่สานขัดแตะปิดไว้เหนือไข่ เพื่อไม่ให้ไข่ลอย (ถ้าไข่ลอยจะเสีย) ปิดฝาภาชนะด้วยผ้าขาวบาง แช่ทิ้งไว้ประมาณ 25 - 30 วัน

4. เอาไข่ขึ้นล้างน้ำสะอาด ทิ้งไว้ให้ผิวแห้ง แล้วเคลือบเปลือกไข่ด้วยดินขาวผสมกับแป้งเปียกในอัตราส่วน 5:1 เก็บไว้ 10 วัน จึงนำออกรับประทานได้

ปูอัดมาจาก อะไร




หวัดดีครับ


วันนี้ได้อ่านเมลล์ฉบับหนึ่ง เค้าบอกว่า ปูอัดทำมาจาก เนื้อปลา เอ้ จริงหรือเปล่า เลย เข้า google เลยได้บทความนี้มาจากกระทู้เว็ป sanook


ก็ขอเอามาแปะเป็นบทความให้เพื่อนอ่าน เล่นๆ เป็นความรู้


ปูอัดนั้น ภาษาทางการเรียกว่า เนื้อปูเทียม การผลิตเนื้อปูเทียม เกิดจากความคิดที่ว่า ปลาที่จับได้ในปัจจุบันส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก ถือว่าไม่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจเพราะผู้บริโภคไม่นิยมราคาจึงถูกมาก ประมาณร้อยละ ๙๐ ของปลาขนาดเล็กหรือที่เรียกว่า ปลาเป็ด จะถูกนำไปทำเป็นปลาป่นสำหรับใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารสัตว์ นับได้ว่าเป็นการใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างไม่มีประสิทธิภาพ และแล้วบริษัทแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นก็คิดค้นนำปลาดังว่านี้มาทำเป็นเนื้อปูเทียมขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๑๘


ไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีศักยภาพในการทำประมง และมีบริษัทผลิตเนื้อปูเทียมมานานหลายปีแล้ว ปลาที่ใช้ได้แก่ ปลาทรายแดง ปลาทรายขาว ปลาตาโต ปลาดาบ ปลากะพง ฯลฯ วิธีทำเริ่มต้นจากการนำปลามาตัดหัว ควักไส้ทิ้ง ส่งเข้าเครื่องบีบเอาแต่เนื้อปลา นำปลาบดที่ได้มาผสมเครื่องปรุงจำพวกแป้ง น้ำตาล เกลือ ผงชูรส และกลิ่นปู เสร็จแล้วนำไปทำให้สุกและทำให้เนื้อปลามีลักษณะเป็นเส้นเหมือนเนื้อปูจริง ๆ จากนั้นจึงอัดเป็นแท่งยาว ๆ แล้วตกแต่งสีให้ดูเหมือนเนื้อปูจริง ๆ บางบริษัทถึงกับอัดเนื้อปูเทียมเป็นรูปก้ามปู (ที่แกะเปลือกแล้ว) ดูน่ากิน


อย่างไรก็ตาม มีผู้บริโภคจำนวนมากคิดว่าปูอัดเป็นเนื้อปูจริง ๆ พอรู้ในภายหลังว่าทำมาจากเนื้อปลา ถึงกับเลิกกินไปเลยก็มี


“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”

วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

notebook เพื่อนผมถูกขโมย



















ก่อนอื่น สวัสดี ผู้อ่านน่ะครับ



เพื่อนเ จ้าของNotebook: “เฮ้ย ทุกอย่างตรงกันหมด งานเข้าแล้วตู “
เ จ้าของNotebook : “น้องไปคุยกับพี่ที่โรงพักดีกว่า “
โจร : พูดกับผมดีดี 
เ จ้าของNotebook : อะไร นี่ มันของของพี่
เพื่อนเ จ้าของNotebook:  “มันวิ่งไปนู่น แล้ว จับๆ มันให้ได้ “
เ จ้าของNotebook : “เราไปโรงพักกันเหอะ “


อ่ะ อยากรู้แล้วหล่ะซิเกิดอะไรขึ้น เรื่องนี้ เป็นเรื่องจริง เกิดกับเพื่อนผมเองครับ ช่วงอาทิตย์ที่ 23 ตุลา เราได้ไปเที่ยวประจำปีกับบริษัท notbook กับของอีกบางส่วน ของเพื่อนผม ถูกขโมย โดยขโมยใช้วิธี ปีนเข้าห้อง ด้านหลัง
เพราะประตูหลังไม่ได้เปิดไว้ ที่ขโมยขึ้น เป็นย่าน สุทธิสาร เพื่อนผม ก็บ่น ให้คนที่ บริษัท มีเพื่อนเสนอให้ ลอง เช็คของที่ขายใน internet ดู เพื่อนผมก็ ลอง หาดู และได้เจอ notbook ยี่ห้อเดียวกัน และ ก้อ พึ่งออกมาโพสต์ขาย
เพื่อนๆ ได้ไปตามนัดที่ จะดูของ ไม่คิดว่าการนัดครั้งนี้จะ
แจ็คพอต ปรากฏว่าทุกอย่างคือของเพือนผม ซึ่ง คนที่เอามาขาย ไม่รุ้ว่าเป็นโจรหรือเปล่า หรือเป็นแค่คนปล่อยของ 
   ลักษณะรูปร่างของ คนปล่อย เหรอ
          สูงประมาณ 168-169  ผอม ผมสั้น  ผิวคล้ำ เสื้อทีชิต สีม่วง อายุประมาณ 20  หน้าตาไม่น่าจะพาไปวัดได้ 

     นี่ถ้าไม่ใช่ความโชคดี เพื่อนผมคงไม่ได้ของคืน เฮ่อ ของใน internet ระวังกันหน่อยน่ะครับ บางครั้ง อาจจะเป็น
คนที่สนับสนุนโจรให้ไปขโมยของ หรือ ทำอะไรที่เสียหายกว่านั้น นี่เป็นเรื่องจริง ไม่แน่ อีกไม่กี่วัน รูปภาพโจร คนนี้อาจจะได้ออก รายการเรื่องจริงผ่าน จอ หรือ ข่าวตามล่าหาความจริง ของ ทีวี ช่องใดชองหนึ่ง ก็เป็นไปได้
      
         คุณโจร ครับ ถ้าได้อ่านเรื่องนี้ คุณต้องคิดน่ะครับ กว่าเค้าจะได้ ทรัพย์สินมา เค้าก้อได้ทำงาน เหนื่อยเหมือนกัน
        
ทำไมคุณทำงานหาเงินโดยสุจริต ถ้าอยากขโมย เสนอ ว่าควรไปขโมย ของพวกเศรษฐี น่าเลือด หรือนักการเมืองทุจริตดีกว่ามั้ย ขิ ขิ ลองเอาไปคิดดูนะครับ

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2551

หวัดดครับ
วันนี้รุ้สึกเศร้า เลยอยากฟังเพลง บางเพลง ที่ให้กำลังใจ
เพลง ทะเลใจ ฟังที่ไร ก้อเพราะและกินใจดี

เหมือนชีวิตได้ผ่านเลยวัยแห่งความฝัน
วันที่ผ่านมาไร้จุดหมาย
ฉันเรียนรู้เพื่ออยู่เพียงตัวและจิตใจ
เป็นมิตรแท้ที่ดีต่อกัน
เหมือนชีวิตผันผ่านคืนวันอันเปลี่ยวเหงา
ตัวเป็นของเราใจของใคร
มีชีวิตเพื่อสู้คืนวันอันโหดร้าย
คืนที่ตัวกับใจไม่ตรงกัน
คืนนั้นคืนไหน ใจแพ้ตัวคืนและวันอันน่ากลัวตัวแพ้ใจ
ท่ามกลางแสงสีศิวิไลซ์อาจหลงทางไปไม่ยากเย็น
คืนนั้นคืนไหน ใจเพ้อฝันคืนและวันฝันไปไกลลิบโลก
ดั่งนกน้อยลิ่วล่องลอยแรงลมโบกพออับโชคตกลงกลางทะเลใจ
ทุกชีวิตดิ้นรนค้นหาแต่จุดหมายใจในร่างกายกลับไม่เจอทุกข์ที่เกิดซ้ำ
เพราะใจนำพร่ำเพ้อหาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข
คืนนั้นคืนไหน ใจแพ้ตัวคืนและวันอันน่ากลัว
ตัวแพ้ใจท่ามกลางแสงสีศิวิไลซ์อาจหลงทางไปไม่ยากเย็น
คืนนั้นคืนไหน ใจเพ้อฝันคืนและวันฝันไปไกลลิบโลก
ดั่งนกน้อยลิ่วล่องลอยแรงลมโบกพออับโชคตกลงกลางทะเลใจ
ทุกชีวิตดิ้นรนค้นหาแต่จุดหมายใจในร่างกายกลับไม่เจอทุกข์ที่เกิดซ้ำ
เพราะใจนำพร่ำเพ้อหาหัวใจให้เจอก็เป็นสุขทุกข์ที่เกิดซ้ำ
เพราะใจนำพร่ำเพ้อหาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข

'โซริอาซิส-สะเก็ดเงิน' 'โรคเรื้อนกวาง' 'เรื้อรัง'

วันนี้เรามารู้จักการรักษาโรค สะเก็ดเงินก้นน่ะ ว่ามันไม่ใช่โรคติดต่อแต่ เป็นกรรมพันธุ์ เราจะทำอย่างไร ต้องอ่าน บทความนี้ซึ่ง ได้เจอในเว็บ http://www.mediathai.net/ ต้องขอบคุณที่ให้ การเรียนรู้ต่อเรา บางครั้งเราก็อย่าเชื่อหมอให้มาก เราต้องมีความรู้ ให้มากกว่านี้

"มีหน้าที่ที่สำคัญคือ
1.ห่อหุ้มร่างกายให้คงรูปร่างอยู่ได้
2.ป้องกันอันตรายต่าง ๆ จากสิ่งแวดล้อม เช่น อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง ความแห้ง-ชื้น เชื้อโรคต่าง ๆ
3.ควบคุมอุณหภูมิ โดยการทำงานของต่อมเหงื่อและขุมขน
4.รับความรู้สึกต่าง ๆ เช่น ความเจ็บปวด ร้อน-หนาว รับน้ำหนักกดทับ
5.รับรู้และต่อต้านสิ่งแปลกปลอมจากภายนอก ด้วยระบบภูมิคุ้มกันร่างกายผิวหนัง” ...เป็นการระบุถึง

“ความสำคัญของ ผิวหนัง” โดย นพ.จิโรจ สินธวานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข “ผิวหนัง” เป็นอีกหนึ่งอวัยวะมหัศจรรย์ของมนุษย์ แต่ก็มีสารพัน “โรคทางผิวหนัง” ที่ประมาทไม่ได้ !! ในบรรดาโรคทางผิวหนังที่มีอยู่มากมายหลายชนิดนั้น ที่คนไทยเป็นกันมากในปี 2550 ที่ผ่านมา อันดับต้น ๆ 10 ชนิด ก็ได้แก่... ผิวหนังอักเสบ, สิว, ความผิดปกติของสีผิวอื่น ๆ, ผิวหนังอักเสบชนิดมีไขมัน, กลาก, ผื่นผิวหนังอักเสบจากแมลง, ผื่นภูมิแพ้สัมผัส, ลมพิษ, ผิวหนังอักเสบจากการแพ้ และ “โรคสะเก็ดเงิน”
จากสถิติเฉพาะในส่วนของสถาบันโรคผิวหนัง เฉพาะที่เป็นผู้ป่วยนอก ในปี 2550 มีผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน 2,291 ราย เป็นลำดับ 6 ของโรคทางผิวหนังที่พบมาก 10 ชนิด รองจากผิวหนังอักเสบ, สิว, ความผิดปกติของสีผิวอื่น ๆ, ผิวหนังอักเสบชนิดมีไขมัน, กลาก ตามลำดับจากมากหาน้อย ดังที่ได้ระบุแต่ต้น ขณะที่ในปี 2549 สถาบันโรคผิวหนังพบผู้ป่วยนอก 2,751 ราย เป็นลำดับ 4 จากจำนวนผู้ป่วยนอกที่เป็นโรคผิวหนังชนิดต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 74,681 ราย, ปี 2548 พบผู้ป่วย 3,024 ราย เป็นลำดับ 4 รองจากผิวหนังอักเสบ, สิว, ผิวหนังอักเสบชนิดมีไขมัน และปี 2547 พบ 3,400 ราย เป็นลำดับ 3 รองจากผิวหนังอักเสบ, สิว ในแต่ละปีคนไทยเป็น “โรคสะเก็ดเงิน” กันไม่น้อย และนี่ก็เป็นหนึ่งใน “โรคเรื้อรัง” ที่ไม่อาจมองข้าม !!
ทั้งนี้ ในวันพุธที่ 29 ต.ค. 2551 นี้ทางสถาบันโรคผิวหนัง ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ จะมีการจัดกิจกรรม “วันสะเก็ดเงินโลก” ที่บริเวณลานชั้น 1 งานผู้ป่วยนอก และห้องประชุมเรณู โคตรจรัส ชั้น 6 โดยจะมีการสัมมนาเรื่องโรคสะเก็ดเงิน, นิทรรศการความรู้เรื่องโรคสะเก็ดเงิน ให้คำปรึกษาเรื่องโรคนี้, การรักษา, การปฏิบัติตัวเมื่อเป็นโรค, ให้คำปรึกษาเรื่องการใช้ยารักษา รวมถึงวัดสภาพผิวฟรี, ตรวจวัดความดันฟรี และอื่น ๆ ซึ่งนี่ก็ถือเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าโรคสะเก็ดเงินมิใช่แค่โรคผิวหนังพื้น ๆ ที่ประชาชนคนไทยไม่ต้องใส่ใจก็ได้ “โรคสะเก็ดเงิน” หรือบางคนเรียก “โรคเกล็ดเงิน” “โรคเรื้อนกวาง” หรือในภาษาอังกฤษเรียกโรค “โซริอาซิส (Psoriasis)” นั้น
ข้อมูลจากสถาบันโรคผิวหนังคือ... “โรคผิวหนังเรื้อรัง” พบได้ทุกเพศทุกวัย (ประมาณร้อยละ 1-3 ของคนทั่วไป) และพบว่าเป็นในคนทุกเชื้อชาติทั่วโลก โดยสาเหตุอาจจะเป็นโรคผิวหนังที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม (ประมาณร้อยละ 30 ของผู้ป่วยมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้) หรือเกิดจากการที่ผิวหนังมีการแบ่งตัวเร็วกว่าปกติ ทำให้การเจริญเติบโตและพัฒนาการของผิวหนังยังไม่สมบูรณ์ อาการของโรคสะเก็ดเงิน ได้แก่... เป็นผื่นแดงหนาขอบเขตชัดเจน มีสะเก็ดเงินปกคลุม เมื่อขูดลอกสะเก็ดออกจะพบจุดเลือดเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง จุดที่เป็น เช่น ข้อศอก หัวเข่า ผื่นอาจมีขนาดเล็กหรือใหญ่ กระจายทั่วร่างกาย ที่ศีรษะมีขุยขาว อาจมีการเปลี่ยนแปลงของเล็บร่วมด้วย เช่น มีเล็บหนา เนื้อเล็บผุกร่อนลอกเป็นขุยขาว หรือเป็นหลุมเล็ก ๆ บริเวณผิวเล็บ หรืออาจมีอาการปวดข้อร่วมด้วย
การรักษาโรคสะเก็ดเงิน โรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง รักษาไม่หายขาด การรักษาต้องวางแผนระยะยาวและรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการกำเริบของโรค และผลข้างเคียงจากยา ซึ่งถ้าเป็นผื่นไม่มาก แพทย์อาจรักษาโดยการให้ยาทาบางกลุ่ม, วิตามินดี หรืออาจใช้ยาร่วมกับการฉายแสงอัลตราไวโอเลต แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการรุนแรงอาจต้องใช้ยารับประทานร่วมด้วย ซึ่งยาเหล่านี้มีผลข้างเคียง จึงไม่ควรซื้อมาทาหรือรับประทานเอง คำแนะนำในการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน
ทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำทุกวันเพื่อลดอาการผิวแห้ง, ใช้สบู่อ่อน ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการระคายเคืองของผิวหนังซึ่งจะทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบมากขึ้น, ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อในการทำความสะอาด เพราะโรคสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ, อาหารไม่มีผลใด ๆ ต่อโรคนี้ อย่างไรก็ตาม การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มกาแฟ สูบบุหรี่ จะทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบได้ ทั้งนี้ ข้อมูลจากบางแหล่งระบุว่า ราวร้อยละ 5 ของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินจะมีการอักเสบของข้อหรือ “ข้ออักเสบสะเก็ดเงิน” ร่วมด้วย อาจเป็นที่ข้อนิ้วมือ-นิ้วเท้า หรือข้อเท้า ข้อเข่า ซึ่งอาการทางผิวหนังจะยิ่งรุนแรงกว่าปกติ

และการอักเสบของข้อก็อาจนำสู่โรคอื่นอย่าง “โรครูมาตอยน์” โรคข้ออักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่ง และไม่เท่านั้น บางแหล่งข้อมูลระบุว่า ผู้เป็นโรคสะเก็ดเงินยังอาจเป็น “โรคเอสแอลอี” โรคที่เกิดความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่ทำลายเนื้อเยื่อของตนเอง เกิดอาการอักเสบของอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงผิวหนัง, ข้อ ซึ่งผู้ป่วยร้อยละ 50 จะมีอาการไตอักเสบร่วมด้วย อาจเกิดภาวะไตวายและเสียชีวิตได้ อย่างรายของอดีตราชินีเพลงลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ จนมีการเรียกชื่อโรคเอสแอลอีว่า “โรคพุ่มพวง” ดังที่คนไทยคุ้น ๆ กัน “สะเก็ดเงิน” เป็นอีกหนึ่งโรคที่ “รู้ไว้ใช่ว่า...อย่าประมาท” ถ้ามันไม่ร้าย...ก็คงจะไม่มีการจัดงาน “วันสะเก็ดเงินโลก”.


บทความจาก http://www.mediathai.net/module/newsdesk/newsdesk_subcat.php?board_id=38989

อาการเจ็บคอ

เมื่อคุณมีอาการเจ็บคอ ต้องทำอย่างไร ?


โห !! ง่ายๆใครก้อรุ้ว่าต้องกินยา หา หมอ ใช่มั้ยหล่ะ (ถูกต้องครับ..)

แต่หลายคน คงไม่เคยรู้ว่าการกินทำให้เรามีเสมหะ เจ็บคอ


อาหาร !! เช่นพวก ไข่ นม เป็นอาหารที่กระตุ้นทำให้ร่างกายเราสร้างเมือก ทำให้เกิดเสมหะมาก

เราต้องขับเสมหะบ่อยๆ เป็นการ บังคับให้ คอทำงาน ด้วย


การรักษา ถูกต้อง คุณควรไปหาหมอ กินยา และงดอาหารมัน ไข่ นม ทุกอย่างที่ประกอบด้วย นม

กินผลไม้ พวก ส้ม ที่มีวิตามินซี และอาหารจะหายไปเอง อีกอย่าง น้ำด้วยน่ะ ควรดื่มน้ำที่อุณหภมู

ห้อง จะดีที่สุด


(ถ้าอธิบายผิดหรือมีอะไรที่ดีกว่านี้เพื่อนๆ ก้อช่วยแนะนำด้วยน่ะ)