วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ข้าวต้มกุ้ง (shrimp gruel)ตัวใหญ่ ในภูเก็ต ไม่ลองไม่รู้


โห น่าอร่อยจัง ใช่แล้วค่ะ น้ำซุบที่นี่อร่อยมาก ครั้งแรกที่มานั่งก่อนสั่ง บอกแฟนว่า อิ่มแล้วน่ะ สั่งที่เดียวก็พอ แต่ด้วยความหิว จึงต้องสั่ง 2 ที่ แต่สุดท้าย ก็หมดทั้งสองที่ เพราะน้ำซุบที่นี่อร่อยมาก มากจิงๆ
ตอนอยู่ กทม ไม่เคยได้กินข้าวต้มกุ้ง ที่มีน้ำซุบหวานขาดนี้เลยอ่ะ กุ้งนี่ตัวโต สดอีกต่างหาก เนื้อหวานๆ
ถ้าใครอยากชิม ลองมาชิมกันน่ะค่ะ ที่ภูเก็ต รับรอง อยากจะฝังตัวอยู่ภูเก็ตตลอดไป เพราะของกิน อร่อยมาก ยังมีอาหารอรอ่ยอีกเยอะ เรื่องหน้า รับรองมีของดีมากฝากอีกแน่นอน
เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้ อยากรู้ต้องลองไปเที่ยวกันน่ะค่ะ
-------------------------------------------------------------
Oh my! This soup is so delicious. I knew it even this is the first time I order for it
May I eat with you dear? . I asked my boyfriend
"No, I am so hungry. You should order it by yourself instead.", said my boyfriend
Eventually we finished the shrimps and gruel in a glimpse of an eye because it is too tasty!
The shrimps is big and fresh, and the soup smells so good.I really want to stay in Phuket forever. I will share my stories with you next time. Bye now~!


วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ช่วยเศรษฐกิจเราให้ดีขึ้นดีกว่าน่ะ






เริ่มนับถอยหลัง เพื่อเข้าสู่ปีใหม่กันได้แล้ว เมื่อวาน ดิฉันได้แวะไปซื้อกระดาษห่อของขวัญที่ร้าน โชคชัยบางซื่อ เป็นร้านเก่าๆ แต่มีของเกี่ยวกับเครื่องเขียนเยอะมาก และราคาถูกด้วยอันที่จริงดิฉันพึ่งเดินออกมาจากโลตัส แต่ ทำไมมาซื้อของร้านเล็ก ก็เพราะว่าถ้าเราไม่อุดหนุ๋นร้านเล็กแบบนี้ ซักวันจะไม่มีร้านเล็กๆ แบบนี้ให้เราเห็นแน่นอน และบ้านเมืองเราก็จะเต็มไปด้วยห้างร้านที่มาจาก แฟรนไชส์ (franchise)ต่างประเทศ คงเดาออกน่ะค่ะว่าเจ้าของประเทศจะเป็นพนักงาน หรือ เจ้าของกิจการ



เพราะฉะนั้น อย่าเอาแต่ความสะดวกสะบาย บางครั้งเราต้องเรียนรู้เพื่อช่วยเศรษฐกิจประเทศโดยรวมด้วยน่ะค่ะ เอาเป็นว่า สวัสดีปีใหม่ ขอให้ทุกคนในประเทศไทยเราพ้นวิกฤติการนี้ไปได้ และรักกันมากน่ะค่ะ อย่าส่งความรักให้ คุณพ่อ คุณแม่ ปู่ย่า ตายาย ที่รอเราทุกปีใหม่ (Happy New year)

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ทศพิธราชธรรม ที่เราควรเอาอย่าง ให้ได้1 ใน 100 ของพระองค์ คือของขวัญที่ดีสำหรับพ่อ





กษัตริยาธิราชแห่งทศพิธราชธรรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระมาหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นมิ่งขวัญของพศกนิกรมา ทรงดำรงไว้ซึ่งทศพิธราชธรรมทั้ง 10 ประการอันได้แก่

1. ทาน การสละทรัพย์บำเพ็ญสาธารณประโยชน์

2. ศีล การสำรวมกายวาจาสุจริตเป็นตัวอย่างแก่ราษฎร

3. บริจาค การสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของประชาราษฎร์

4.อาชชวะ ความซื่อตรงปฎิบัติภารกิจโดยสุจิต

5.มัททวะ ความอ่อนโยน

6.ตบะ ความข่มใจไม่หลงใหลในความสุขสำราญ

7.อักโกธะ ไม่ขุ่นเคือง โกรธเกรี้ยว

8. อวิหิงสา ไม่เบียดเบียนประชาชน

9. ขันติ ความอดทนต่องานหนัก

10.อวิโรธนะ ความหนักแน่นในธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณี
หากเรา ยึดตามหลักเหมือนพระองค์ท่าน ทุกคนในเมืองไทยจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ใครๆ ก็อยากเข้ามาอยู่ เพราะเมืองไทยเหมือนดังเมืองในสวรรค์มีแต่คนดี คนรักกัน ไม่มีคนรวยเกินไป คนจนเกินไป ถ้าทุกคนพร้อมใจกัน แผ่นดินนี้จะเปรียบดังทองทา ทองในที่นี่คือจิตใจของพวกเราทั้งสิ้น (รักพ่อมากที่สุด)
วันที่ 5 ธันวา 2551 ได้กอดพ่อแล้ว รู้สึกไม่อยากจากท่านมาเลย อยากอยู่กับท่านทุกวัน เพราะไม่รู้เมื่อไหร่
จะมีเวลาเหลือให้เราได้กอดท่านอีก (น้ำตารินเมื่อยามคิดถึงคนที่ห่วงหา )

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551

หุงข้าวเตาถ่านสมัยก่อน

วีธีหุงข้าว เตาถ่านสมัยก่อน (สูงสุดคืนสู่สามัญ)
หวัดดีครับทุกคนคงเคยผ่านพ้นช่วงวัยเด็กมันมากทุกคน และคงเคยเข้าร่วมอบรม ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาติทุกอย่างที่กล่าวมา ล้วนสอนให้ เด็กทุกคนดำรงชีพอยู่ด้วยได้โดยไม่ลำบาก เช่น
วิธีหุงข้าว เตาถ่าน หลายคนรู้จักแต่หม้อหุงข้าวไฟฟ้า และบางคน หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ยังไม่เคยหุงเองเลย ให้แต่แม่ หุงให้วันไฟดับ เราอาจได้ใช้ วิธีเพื่อการอยู่รอด (ไฟดับก็ซื้อข้าวกินซิ) ถ้าน้ำท่วมหล่ะ ตัดขาดจากโลกภายนอก ถูกต้อง ไม่มีใครรู้อนาคต ยิ่งโลกทุกวันนี้เดาไม่ได้เลย ว่า จะเป็นยังงัยต่อ ขั้นตอนการหุงข้าว

1 . ซาวข้าวกับน้ำ (หมายถึงตักข้าวมาใส่หม้อ 2-3 กระป๋อง แล้วแต่ต้องการ ล้างน้ำ รินน้ำออก) ทำซัก 1 ครั้งก็เพียงพอ

2 . ใส่น้ำในหม้อหุงข้าว วิธีวัด วัดแบบโบราณ ใช้มือที่สะอาด วางบน ข้าวสารที่แช่น้ำ ว่าถ่วมมือหรือเปล่า ข้าว2-3 กระป๋อง พอ ปริ่ม ก็พอ หรือ บ้างก็ ใช้นิ้วเป็นตัววัด เพราะหม้อเตาถ่านไม่มี สเกล ขีดให้ดู โดยดูตามข้อนิ้วเรา ส่วนมากใช้น้ำชี้ ซัก ข้อครึ่ง ก็ใช้ได้แล้ว

3 . ติดไฟ รอให้ไฟได้ที่ แล้ว เอาหม้อตั้งบนเตา

4. รอจนน้ำเดือด จนล้นออกทางฝาหม้อ ให้เปิดฝาหม้อ เมื่อก่อน จะมีพวก มอด หรือ มด อยู่ในข้าวสาร คนสมัยก่อนจะใช้วิธี ตักออกแล้วไป

5 . เบาไฟ ให้อ่อนลง แล้วคอย ดูว่าน้ำแห้งหรือเปล่า ถ้าน้ำแห้ง แล้วข้าวยังไม่สุกก็ให้เติมน้ำไป (รู้อย่างไรว่าข้าวสุก ไม่ยากครับ ตักมา บี้ หรือชิมได้เลย )
6 . เมื่อข้าวสุกให้รินน้ำข้าวออก อะ อ๊ะ น้ำข้าวอย่าทิ้งน่ะครับ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินที่ออกมาจาก เมล็ดข้าวมากมายนัก
7 . นำข้าวที่ได้ ปิดฝาหม้อ แล้วน้ำไม้มาขัด เคยเห็นหม้อที่มีหู 2 ด้านรึป่ะครับ หาไม้ไผ่ ยาวเท่ากับความกว้างของหม้อ ยาวซักหน่อยเผื่อมือจับ ขยับ วางบนไฟ ขยับให้ ทั่ว เพื่อให้น้ำแห้ง แล้ว ข้าวแห้งน่ากิน แต่ระวังไหม้นะครับ อันนี้ ต้องระวังอย่างมาก


โห กว่าจะได้ข้าวมากิน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่มั้ยครับ แต่ไม่ยากครับ วิธีนี้ทำให้เรามีชีวิตอยู่รอด ยามลำบากหากตกอยู่กลางป่า ก้อให้ ใช้ กองหิน แทนเท่า ไม้ฟืนแทน ถ่าน และ กระบอกไม้ไผ่ หากยุ่งยาก เวลาเข้าป่า อย่าลืม กระป๋องเล้กที่ทหารเขาใช้กันน่ะครับ
หวังว่าวันนี้ คงได้อะไรไม่มากก็น้อยน่ะครับ เอื้ออำนวยรูป จากเว้ป